[HowTo] อยากอ่านหนังสือสยองขวัญแต่ดันกลัวผี ทำไงดี!!
posted on 25 May 2010 21:09 by viinsent in HowTo
ในที่สุด... ในที่สุดมันก็เสร็จค่ะ XD
How to อันแรกที่เคยทำมา แหะๆ ชื่อหัวข้อก็บอกอยู่แล้วนี่เนาะว่าเกี่ยวกับอะไร
ใครสนใจลองอ่านดูได้น้า คิดว่าน่าจะพอช่วยได้บ้าง~
HOW TO อยากอ่านหนังสือสยองขวัญแต่ดันกลัวผี ทำไงดี!!
*คำเตือน หากใครต้องการให้อ่านแล้วได้ฟีลตามหนังสือ ไม่แนะนำให้ทำตามนะคะ เพราะฮาวทูนี้ทำเพื่อลดฟีล(?) สำหรับคนอยากอ่านแต่กลัวผี*
ฮาวทูนีมีที่มาจากการนั่งอ่านคลังสยองขวัญเมื่อวันก่อนค่ะ.. เชื่อว่าหลายๆคนคงประสบปัญหาเดียวกัน คือ “อยากอ่าน อยากรู้เนื้อเรื่องว่าเป็นยังไง.. แต่ไม่กล้าอ่านเอง จะให้คนอื่นเล่าก็ไม่ได้อารมณ์”
วันนี้.. เรามาเสนอทางแก้!
อนึ่ง..บอกไว้ก่อนอย่างไม่ปิดบัง แท้จริงจ.ข.บกลัวผีขึ้นสมองมากๆ.. เด็กๆกลัวจนไม่กล้าเดินออกจากห้อง(ทั้งๆที่เป็นเวลากลางวันแสกๆ ) ไม่กล้าส่องกระจกกลัวมีคนมาอยู่ข้างหลัง แต่ตอนนี้ด้วยค่าEXPที่เราได้สะสมมาเนิ่นนาน ทำให้มีบาเรียป้องกันจนได้ = =b
อุปกรณ์
อย่าเพิ่งแปลกใจค่ะ ว่าทำไมต้องมีอุปกรณ์ จะอ่านหนังสือสยองขวัญทั้งทีมันต้องเตรียมตัวขนาดนี้เลยเหรอฟะ?
คำตอบคือไม่ต้องค่ะ.. หากจะอ่านอย่างเดียว
แต่ถ้าหากต้องการบรรเทาความกลัว ต้องมีแน่นอนค่ะ (แต่ถ้าอ่านจนชิลไปแล้วก็คงไม่จำเป็นอะเนาะ..)
สำหรับ จขบ.แล้ว พระเอกของหมวดนี้คือ “ทีวี” ค่ะ
ใครเพิ่งเริ่มอ่านแนะนำให้เปิดทีวีไปด้วย.. จากการทดลองลดความกลัวลง50%เชียวนะ..
ปกติแล้วจะเปิดช่องวิทยุค่ะ นั่งฟังเพลง.. ฟังโฆษณาขั้นระหว่างอ่านก็ฮาดี
เหตุการณ์สมมุติ
(อะไรประมาณนี้แหละตัว..)
ส่วนของอย่างอื่นมีไว้พักสายตาโดยเฉพาะค่ะ..
หากคิดว่าหน้าผีเริ่มน่าเบื่อและสยองเกินไป.. แนะนำให้หันไปดูรูปหนุ่มๆหรือสาวๆแล้วแต่ความชอบ.. หันกลับมาอีกทีผีในเรื่องจะน่ารักขึ้น20%
เวลา
เป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างที่ทิ้งไม่ได้เชียวแหละ~
ไอ้การมานั่งอ่านหนังสือสยองขวัญตอนตี1ตี2มันก็กระไรอยู่ ทั้งนี้เวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะแนะนำได้คือ ช่วง10โมง-4โมงเย็นค่ะ
ทำไมต้องเวลานี้?
ตามจริงจะอ่านก่อน10โมงก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่ที่แนะนำว่า10โมงเพราะก่อนหน้านั้นเช้าเกินไป.. งัวเงียเพิ่งตื่นนอน หากรีบหยิบมาอ่านอาจเกิดอาการประสาทหลอนได้ทั้งวัน
หลักสำคัญอยู่ที่ก่อน4โมงเย็นนี่แหละ
เพราะก่อน4โมงเนี่ย มันยังเป็นเวลาที่ “ไม่มืดจนเกินไป”นั่นเอง
เชื่อว่าหลายๆคนจะกลัวผีเวลาอาบน้ำ หรือช่วงเวลาที่ต้องอยู่คนเดียวทั้งหลายแหล่
ดังนั้นในช่วงที่ฟ้ายังสว่างอยู่ .. เราก็ยังพอมีเวลาทำใจ ไปอาบน้ำ เข้าครัวทำกับข้าว ได้สะดวกกว่าตอนกลางคืนค่ะ~
หมดเรื่องการเตรียมตัว
ต่อมาเข้าสู่ช่วง “ระหว่างอ่าน” กันดีกว่าเนอะ
1.หาความแตกต่าง
ความแตกต่างในที่นี้คือ “เรื่องในหนังสือ” กับ “โลกในชีวิตจริง”
(อันที่จริงโลกเรามันก็ไม่ได้มีสัตว์ประหลาดแบบในเรื่องหรืออะไรทำนองนั้น.. แต่เราก็มักจะยัดเยียดให้มันมีเสียให้ได้เมื่ออ่านจบ)
สมมุตินะคะ... ว่าเรากำลังอ่านเรื่อง “เปียโนสยองขวัญ”
เป็นเรื่องของหญิงสาวคนหนึ่ง.. ผู้ซึ่งโดนแฟนทิ้ง จากนั้นจึงฆ่าตัวตายขณะนั่นเล่นเปียโน วิญญาณไปผุดไปเกิดไม่ได้เนื่องด้วยความแค้น.. จึงไต่(?) ออกมาจากเปียโนทุกครั้งที่หลอกหลอนฝ่ายชาย
จบกรณีศึกษา
ว่าง่ายๆก็คือหาสิ่งที่เป็นปัยจัยหลักของการปรากฎตัวของผีในเรื่องที่บ้านเราไม่มีนั่นเองค่ะ! เราว่าวิธีนี้ลดความกลัวได้เยอะเลยนะ (ไม่ต้องทุบทิ้งแบบข้างบนนะ ฮา..)
2.จับผิด
เคยอ่านหนังสือผี.. แล้วหัวเราะ กันบ้างไหมคะ
ทั้งนี้ไม่ได้เพราะวิตกจริตจนเป็นบ้าแต่อย่างใด.. แต่บางครั้งหากเราเอามุมมองที่ถูกเสนอให้น่ากลัวมาเปลี่ยนให้เป็นเรื่องตลก จะช่วยได้เยอะค่ะ
ดูตัวอย่างจะเข้าใจง่ายกว่าเนอะ
(อันนี้เป็นเรื่องจริงที่เจอในหนังสือ แต่ขอไม่เอารูปจริงๆลงนะคะ เพราะมันค่อนข้างน่ากลัวอยู่เหมือนกัน = =”)
ตอนแรกเราเห็นหน้าผีแล้วกลัวนะ... แต่สะดุดเมื่ออ่านมาถึงประโยคนั้น
นะเออ...
ผีพูดแบบนี้แล้วหมดศักดิ์ศรีความเป็นผีจริงๆ... ORZ
(ทั้งนี้เหมือนจะอยู่ที่คนแปลด้วยนั่นแหละ แต่อันนี้ตอนอ่านเจอฮาก๊ากเลยค่ะ)
3.ทำอย่างไรดีกับรูปผีที่โผล่มาเต็มหน้ากระดาษ...
คล้ายๆกับหนังค่ะ.. พวกนี้แล้วปกติต้องบิวต์อารมณ์คนอ่าน ก่อนที่ผีเจ้ากรรมของเรื่องจะโผล่มา”แฮ่” เสียเต็มหน้ากระดาษ
ซึ่งไอ้หน้านี้เนี่ยแหละ คือจุดที่เราจะจำได้ติดตาไม่รู้ลืม...
แต่จะใส่ใจไปใย ในเมื่อวันนี้เรามีวิธีแก้~
มี2วิธีที่เคยใช้มา แล้วแต่อยากใช้เลยจ้ะ
3.1 แง้มก่อนเปิด
ความจริงเราว่าตามความรู้สึกคนเรา.. ก่อนจะถึงหน้ากระดาษมหันตภัยหน้านั้นเราจะย่อมรู้สึกว่า “ใกล้แล้ว.. มันจะมาแล้ว มันจะมาแล้ว”
ทางที่ดีที่สุดคือ ก่อนจะถึงหน้าต่อไป อย่าเพิ่งเปิดผ่างออกมาค่ะ แง้มเล็กๆพอเป็นพิธี เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรค่อยถอนหายใจแล้วอ่านต่อ
แต่ถ้าหากเห็นว่าท่าไม่ดี มรึงมาแล้ว ฮว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ก็แง้มอ่านต่อไปนั่นแหละค่ะ พยายามอย่าจ้องตาผีตนนั้นให้มากนัก (กรณีที่หลอนเกินไป บางทีจขบ.ก็ข้ามไปเลยนะ เพราะหน้าที่โผล่มาทำให้เราตกใจนั้นปกติจะไม่มีคำพูดอยู่แล้ว จะมีก็แต่หน้าหลอนๆของผีตนนั้นนั่นเอง..)
3.2 ช่างมันปะไร หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง!!!
อันนี้ต้องแง้มก่อนสักนิดเช่นเดียวกับวิธีด้านบนค่ะ คล้ายๆกับการwarm-up ก่อนเล่นกีฬา
ต่างกับวิธีด้านบนตรงที่ เมื่อมันมาแล้ว อย่าไปกลัวค่ะเปิดหน้านั้นให้กว้างที่สุดเท่าที่หนังสือจะไม่ขาด แล้วจ้องตามัน มองรูปนั้นจนเลิกหลอน...
ตามหลักชีวิตจริงของจขบ.ที่ทำการวิจัยมา16ปี ผีที่น่ากลัวมักจะโผล่มาแวบๆแล้วจากไปค่ะ ค้างนานเกินจะเริ่มหายน่ากลัวไปเองโดยปริยาย.. ความจริงแล้วเราว่าตัวแปรที่ทำให้คนกลัวที่สุดคือความตกใจนั่นแหละ ดังนั้นถ้าข้ามจุดนี้ไปได้ก็ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วล่ะเนาะ XD
**TRIP กรณีที่ทำพลาดในวิธีแรก (แง้มแล้วยังหลอนอยู่) หันกลับมาทำวิธีที่2ต่อค่ะ มองกันให้เห็นจะๆโต้งๆ แล้วความกลัวจะลดน้อยลง เพราะจขบ.พลาดมาแล้วเรียบร้อย..**
ระหว่างอ่านก็มีเท่านี้แหละค่ะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประยุกต์ใช้ด้วย (ทำไมเรื่องแบบนี้เราพูดเป็นการเป็นงาน ฮา..)
แถมท้ายสำหรับ “หลังอ่านจบค่ะ”
(ตามจริงเราว่าตอนนี้นั่นแหละที่น่ากลัวที่สุด.. )
• ถ้าเจออะไรแปลกประหลาด เงาไหวๆที่ไม่เคยกลัวแต่ก็ดันกลัวซะอย่างนั้น อย่าหนีมันค่ะ เบิ่งตามองให้เห็นจะๆไปเล้ยยยแล้วจะรู้ว่าแท้จริงมันไม่มีอะไร~ ถ้ายิ่งสงสัยมันจะยิ่งน่ากลัวนะเออ.. (แต่ถ้ามีอะไรออกมาจริงๆก็ตัวใครตัวมันนะเธอว์..)
• กรณีที่เข้าห้องน้ำแล้วกลัว เสียงเพลงช่วยคุณได้ค่ะ เอาเพลงแอ๊บแบ๊วใส่MP3แล้วเปิดฟังซะให้ดังไป3โลก(กรณีที่คนข้างบ้านไม่ด่า) รับรองความน่ากลัวลดลงแน่นอนค่ะ อ้อ ระวังตกน้ำด้วยนะคะ
• สำหรับ ที่เก็บหนังสือ เรามีปัญหากับเรื่องนี้มากค่ะ อ่านจบแล้วจะออกอาการ “เอาแล้วไง หมกไว้ตรงไหนดี” เมื่อก่อนเคยใช้วิธียัดไว้ ณ ส่วนที่ลึกที่สุดของตู้..
แต่ปรากฎว่ามันทำให้ตู้นั้นยิ่งหน้ากลัวค่ะ แล้วชั้นนั้นก็กลายเป็นชั้นต้องคำสาปไปโดยปริยาย...
(มีอยู่ครั้งนึงเอาไปยัดใส่ตู้เย็นไว้... วันรุ่งขึ้นตื่นเช้ามาไม่กล้าเปิดหาของกิน ORZ)
สำหรับที่วางที่แนะนำนะคะ ไกลหัวนอนที่สุด(คนละห้องกับห้องนอนเราจะดีมาก) วางไว้โล่งๆนั่นแหละค่ะ ไม่ต้องสรรหาอะไรปิดทับมันไว้ เจอครั้งหน้าจะได้หยิบแบบสบายใจ.. ไม่ต้องรื้อต้องค้นโดยกังวลว่า “มันจะมีอะไรติดมือออกมาระหว่างที่ควักมั้ยฟระเนี่ย”
• หลอน สลัดภาพผีที่เพิ่งอ่านมาออกไปจากห้วงคำนึงไม่ได้ ทำยังไงดี!!! กรณีนี้สำหรับเราร้ายแรงที่สุดนะ.. หลับตาทีเห็นภาพเป็นช็อตๆ (อย่างตอนอ่านคลังสยองขวัญรวดเดียว23เล่มนี่.. หลับตาทีเห็นไม่ซ้ำตัวทีเดียวเชียว ) ถ้ากรณีหลังนี่.. ให้เลือกคิดถึงตัวที่หล่อที่สุดค่ะ อย่างชายหนุ่มชุดดำที่สี่แยก (/me โดนตบ)
แหะๆ อันนี้บอกไว้ก่อนเลยค่ะว่า “ทำใจ” มาอันดับแรกเลย เพราะต้องใช้เวลากว่าจะสลัดทิ้งไปได้ อย่างเราปกติจะหายกลัวทีใช้เวลาประมาณ2-3วัน แต่ลดความกลัวได้นิดหน่อย(?) อย่างเวลาจำเป็นต้องเดินตามทางเดินมืดๆเนี่ย ถ้าจะบอกให้เลิกคิดมันก็ทำไมได้ง่ายๆอะเนาะ ลองหาเกมส์เล่นเองในใจดูก็ได้ค่ะ ปกติเราจะเล่นคิดเลขในใจ แบบ 3ยกกำลังไปเรื่อยๆ ทำไปจนกว่าจะคิดไม่ออก วิธีนี้ดึงให้สงบสติได้ดีที่สุดเท่าที่เคยทำมาเลยแหละ
หรือในก็ณีที่ขี้เกียดคิดเลขจริงๆก็เอาใบหน้าหนุ่มๆมาซ้อนทับก็ได้ค่ะ แอร๊ยยยยยย
*EDIT ฟอนต์น่อ**
edit @ 25 May 2010 21:27:52 by Viinsent
edit @ 25 May 2010 21:43:53 by Viinsent
edit @ 2 Jun 2010 21:29:33 by Viinsent